Because I love you [Yuri] - Part 7

posted on 13 Jul 2011 16:54 by nfv-01

Part 7

 

สิ้นเสียง ‘โครม’ ที่ดังสนั่นหวั่นไหว รินที่ยืนรอรับแรงกระแทกยังคงหลับตาอยู่ไม่ยอมเปิดเปลือกตาขึ้น ต่อให้ปากจะบอกว่าอยากตายแค่ ไหน แต่สุดท้ายเธอมันก็แค่มนุษย์คนหนึ่ง ที่กลัวการตาย กลัวการจากลา และกลัวการสูญเสียเหมือนกับคนอื่นๆ เธอไม่กล้าแม้แต่จะลืมตามองดูภาพที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เธอกลัว....กลัวว่าหากลืมตาขึ้น จะพบร่างของตัวเองที่นอนจมกองเลือดด้วยสภาพที่น่าสมเพช.....และนึกอยากขอโทษ เจ้าของรถคันนั้น ที่เธอเป็นคนทำให้เขาต้องกลายเป็นฆาตกรด้วยความเห็นแก่ตัวของเธอเอง

 

แปลก....น่า แปลกที่เสียงการกระแทกช่างดังสนั่น ดังพอที่จะปลุกคนทั้งซอยให้ตื่นขึ้นมาดูอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตเด็กสาว ม.ปลายคนหนึ่งได้ แต่ทำไมกัน......ทำไมเธอถึงไม่รู้สึกเจ็บ หรือจุกเลยแม้แต่น้อย.......หรือว่าแรงกระแทกเมื่อครู่นี้ จำทำให้เธอสิ้นลมในทันทีอย่างไม่เจ็บปวดกันนะ.....แล้วทำไม......ความตาย ช่างอบอุ่นเช่นนี้......

 

ยัยบ้า!!!!”

 

ริน ลืมตาขึ้นทันทีด้วยความตกใจ น้ำเสียงที่แสนคุ้นเคยตะโกนใส่เธออยู่เหนือหัว แถมยังอยู่ใกล้มากเสียด้วย....เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาแล้ว สิ่งที่พบคือ......เธอกำลังอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคน ซึ่งเธอเห็นแค่เพียงไหล่ของคนๆนั้นเท่านั้น

 

“คิดอะไรของเธอ! จู่ๆก็ออกมายืนขวางรถ....ฉันตกใจแค่ไหนเธอรู้ไหม!?!”

 

ริน ยืนฟังเจ้าของอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นและแข็งแรงนั้นนิ่ง.....ทำไมเธอจะไม่ รู้....ว่าคนๆนี้คือใคร...คนที่เธอนั่งข่มตารอโทรศัพท์อยู่นานสองนาน คนที่ไม่ว่าเมื่อไหร่เธอก็ไม่เคยเอาชนะได้เลยสักครั้ง คนที่เธอต้องนึกถึงเป็นคนแรกทุกครั้งที่มีปัญหา คนที่เธอต้องการพบหน้ามากที่สุดไม่ว่าเมื่อไหร่ และเป็นคนที่ทำให้เธอคลายความกลัวได้ทุกครั้งเพียงแค่เห็นรอยยิ้มของเขา แต่ในตอนนี้เธอแค่อยากจะอยู่นิ่งๆ ในอ้อมกอดของเขานานๆ....แค่นั้นจริงๆ

 

“โชคดีแค่ไหนแล้วที่โชเฟอร์หักพวกมาลัยได้ทันจนไปชนกองถังขยะพวกนั้นเข้า!! ดีนะที่ไม่มีใครเป็นอะไร.....ฉันห่วงเธอแค่ไหนรู้บ้างรึเปล่า!! ฮะ! ยัยริน!!! ยัยบ้า!”

 

เจ้า ของอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนี้ยังคงตะโกนใส่เธออยู่เนื่องๆ ก่อนที่จะชะงักเพราะแรงสั่นจากร่างบางที่อยู่ภายใต้อ้อมกอดนี้ พร้อมกับเสียงสะอื้นที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้ไม่ให้เขารู้ กานต์ก้มลงมองเจ้าของเสียงสะอื้นเล็กน้อยทั้งๆที่ยังไม่คลายวงแขน ยกมือขึ้นข้างหนึ่งแล้วจึงลูบศีรษะร่างบางเบาๆ

 

“ขอโทษนะ ฉันวู่วามเองแหละ ไม่น่าตะคอกใส่เธอเลย”

 

เสียง สะอื้นที่กลั้นไว้เริ่มหนักขึ้น น้ำอุ่นๆเริ่มเปียกชุ่มสูทสีเทาของเธอ (แม้ความจริงจะเป็นของพ่อก็เถอะ) ไหล่บางสั่นสะท้านแรงขึ้นอย่างน่ากลัว กานต์รู้สึกอยากชกตัวเองแรงๆสักร้อยหนที่ดันไปตวาดใส่อีกฝ่าย ทั้งๆที่เกือบจะถูกรถชนตายไปเมื่อครู่ รู้ก็ทั้งรู้ว่าจิตใจอีกฝ่ายเปราะบางแค่ไหน และจริงๆแล้วเมื่อกี้ก็ไม่ได้อยากจะตวาดหรือตะคอกออกไปเลย มันแค่ห่วงมากเกินไปจนไม่รู้จะแสดงมันออกมายังไงดี แทบคลั่งตายเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนออกมายืนขวางทางรถ

 

“ฉันว่าเราไปหาที่เงียบๆนั่งคุยกันดีกว่า อืม....ฉันไม่ค่อยชอบเลยแหะ ที่มีคนมามุงมองเรากอดกันแบบนี้”

 

ไม่ เกินความจริงเลยที่กานต์พูด เพราะด้วยเสียงที่ดังสนั่นของการชนเมื่อครู่นี้ ได้ปลุกคนทั้งซอยให้ลุกจากเตียงมาชะโงกหน้ามองดูเหตุการณ์จากหน้าต่าง บ้างก็ออกมายืนอยู่หน้าบ้านด้วยท่าทีงัวเงีย แต่ก็แทบจะคลายง่วงเมื่อเห็นช็อตเด็ดของบุคคลสองคนยืนกอดกันกลางสาธารณะชน ยามค่ำคืน ซึ่งตัวของกานต์เองก็ไม่ค่อยจะชอบใจเท่าไรนัก ที่จะให้ใครต่อใครมาเห็นภาพ...เอ่อ...ที่ทั้งคู่กำลังยืนกอดกันอยู่แบบนี้ ในเมื่อเธอเองก็สวมชุดสูทราวกับบุรุษเพศ ทั้งยังบุคลิกท่าทางไม่ต่างจากผู้ชายนัก อีกทั้งรินเองก็เป็นคนในซอยนี้ แน่นอนว่าคนทั้งซอยต้องเคยพบหน้าคร่าตากันอยู่แล้ว เกิดมีใครจำได้ขึ้นมาว่าร่างบางภายใต้อ้อมกอดของเธอคือวรินรำไพคนนี้ล่ะก็ รินเองก็มีแต่เสียกับเสีย ซ้ำยังท่ามกลางสายฝนอีกต่างหาก มันจึงดูไม่ต่างอะไรกับการเล่นเอ็มวีดีๆนี่เอง

 

02.40

 

ใน ที่สุดอติกานต์ก็สามารถหาที่สงบๆพบ...แม้ว่ามันจะเป็นใต้สะพานข้ามคลองไม่ ใกล้ไม่ไกล ซึ่งมีรถราแล่นผ่านไปมาอย่างไม่ขาดสาย ทั้งๆที่เวลาก็ล่วงเลยวันหนึ่งเข้าไปแล้ว แต่ดูเหมือนการจลาจรจะไม่ได้หยุดพักเหมือนมนุษย์ทั่วๆไป แม้เสียงเครื่องยนต์จะดังสักแค่ไหน แต่อติกานต์ก็ยังสบายใจกว่าจะยืนคุยกับคนที่เกือบถูกรถแท็กซี่ทับตายเมื่อไม่นานมานี้ต่อหน้าผู้คนทั้งซอยที่จ้องมองพวกเธอทั้งคู่ด้วยความใคร่รู้

 

นั่ง เงียบกันมาก็ตั้งกว่าห้านาทีโดยไร้บทสนทนาของคนทั้งคู่ เมื่อฝ่ายหนึ่งก็ยังคงสะอื้นไม่หยุด แม้ว่าไหล่ที่สั่นสะท้านจากร้องสะอื้นเมื่อครู่จะลดความแรงลงบ้างแล้ว แต่ก็ยังคงกระตุกบ้างบางคราไม่นิ่งหาย ส่วนอีกฝ่ายก็เอาแต่อ้ำอึ้งไม่เปิดปากพูดอะไร หรือไม่รู้จะเรียบเรียงคำพูดใดกับคนที่ตนเผลอตะคอกใส่อย่างไม่ตั้งใจก็ไม่ รู้ จนในที่สุด....

 

“ขอโทษนะ”

 

คำ พูดแรกที่ดังออกมาหลังจากนั่งเงียบอยู่นานเป็นของรินที่ควบคุมน้ำเสียงให้ เป็นปกติไร้เสียงสะอื้น ใบหน้าเปรอะเปื้อนด้วยคราบน้ำตาเงยขึ้นสบตาคู่สนทนา คำให้ร่างสูงสังเกตเห็นว่าดวงตาสีนิลคู่นั้นที่เคยส่องประกาย ในขณะนี้แดงก่ำอย่างน่าใจหาย ทำให้กานต์อดไม่ได้ที่จะยกปลายนิ้วขึ้นเกลี่ยน้ำใสที่เอ่อล้นดวงตาคู่นั้น เบาๆพร้อมกับส่ายหน้าเป็นคำตอบ

 

“ฉันก็ผิดเองแหละ ที่ไม่ควบคุมอารมณ์ให้ดี.....ขอโทษนะ”

 

รินตั้งท่าจะร้องไห้อีกครั้ง ทำเอากานต์ถึงกับชะงักลนลานทำตัวไม่ถูก เฮ้ยๆ...เมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลยนี่ ไหงจะร้องอีกแล้วล่ะ ท่าทีลนลานของกานต์ทำเอารินที่น้ำตาปริ่มขึ้นมาอีกครั้งถึงกับหลุดขำออกมา ยิ่งสร้างความงุนงงให้อติกานต์เข้าไปใหญ่ ง่ะ...แล้วตกลงจะร้องหรือจะหัวเราะล่ะ รินยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกเบาๆ

 

“กานต์นี่ บางครั้งก็เอ๋อดีเนอะ”

 

เอ๋อเหรอ กานต์ถึงกับหน้าเหวอทันที ก่อนจะเปลี่ยนเป็นฉงน แล้วเอ๋อนี่มันเป็นยังไงล่ะ......แต่ก็ช่างมันเถอะ ใครจะไปสนกันล่ะ ในเมื่ออีกฝ่ายเลิกร้องไห้ได้แล้วไม่ใช่เหรอ?

 

“เหรอ...ก็ดีออกนะ ฉันว่า”

 

“แล้วมันจะดียังไงล่ะ”

 

กานต์เผยรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย “ก็ต่อให้ฉันเอ๋อจริง แล้วมันทำให้เธอยิ้มได้ มันไม่ดีหรือไง”

 

ริน ถึงกับชะงัก ก่อนจะรีบเบนหน้าหนีจากเจ้าของประโยคเมื่อครู่...ไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบ หรืออะไรหรอกนะ เพียงแต่เธอต้องการจะหลบสายตาที่ชวนหวั่นไหวของคนตรงหน้าต่างหากล่ะ เกลียดจริงๆ ไอ้สายตาอ่อนโยนเมื่อกี้ เกลียดเพราะมันทำให้เธอหลงใหลในตัวเพื่อนสนิทของเธอคนนี้มากขึ้น ทุกที....มากจนถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว

 

“อย่าทำดีกับฉันให้มากเลยกานต์ คนอย่างฉันมันไม่คู่ควรกับสิ่งดีๆเหล่านี้หรอก”

 

....คนอย่างฉัน มันน่ารังเกียจ....

 

“คนอย่างเธอมันเป็นยังไงเหรอ... คนอย่างรินคนนี้มันต่างจากคนอื่นยังไง”

 

“.......”

 

“ไม่ว่าจะยังไง สำหรับฉันเธอก็คือคนธรรมดาๆคนหนึ่ง ไม่ได้แตกต่างจากใครเลยนะริน”

 

“.....”

 

“หาก จะมีส่วนแตกต่าง ก็คงมีเพียงอย่างเดียว... คือเธอเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป เธอเป็นเพียงคนเดียวที่ทำให้ใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ”

 

“.....”

 

“เชื่อฉันนะ ฉันจะไม่มีวันทอดทิ้งเธอ ไม่มีวันเกลียดเธอ ฉันจะคอยอยู่ข้างๆเธอเสมอตราบเท่าที่เธอต้องการ”

 

“.....ทำไม.....”

 

 

อติกานต์เผยยิ้มออกมาบางๆ สองมือประคองใบหน้าของอีกคนไว้พลางใช้นิ้วเกลี่ยน้ำตาที่ปนกับสายฝนออกอย่างแผ่วเบา

 

“เพราะฉันชอบเธอ ชอบมาตลอด...”

 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบมาตลอด

อ่านแล้วแบบ..กรี๊ดดดดดดดดดดดดด

#1 By [+Patgiel+] on 2011-07-13 18:21