Because I love you [Yuri] - Part 5

posted on 16 May 2011 15:38 by nfv-01

Part 5

 

อติ กานต์คงต้องบอกไว้ ณ ที่นี้ก่อนเลยว่า ตัวของเธอเองนั้นไม่ใช่คนชอบเที่ยว แล้วก็ไม่ถูกกับสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านเสียเท่าไหร่ เพราะมันมักจะทำให้เธอรู้สึกอึดอัดทุกครั้ง โดยเฉพาะกับสังคมผู้ดีแบบนี้ด้วยแล้ว ยิ่งสร้างความรู้สึกว่าตัวเธอไม่สมควรจะมาเหยียบย่างที่นี่ตั้งแต่แรกแล้ว

 

เนื่อง จากบุคลิกโดยส่วนตัวของอติกานต์ที่มีรูปร่างลักษณะ คลับคล้ายคลับคลากับบุรุษเพศอยู่แล้ว อติชาติจึงจำต้องให้อติกานต์สวมสูทสีเทาดูทะมัดทะแมง แทนการสวมชุดวาบหวามอย่างเฉกเช่นผู้หญิงทั่วๆไปสวมใส่เมื่อไปงานเลี้ยง หรือออกงานสำคัญๆ ซึ่งอติกานต์เองก็ไม่ขัดเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะดีเสียอีกสวมชุดแบบรัดกุมยังจะดีกว่าสวมชุดสุดหวานซึ่งมองยังไง ก็ไม่เข้ากับตัวเธอเลย

 

“เฮ้อ”

 

หลัง จากที่ถอนหายใจเป็นรอบที่สิบเก้า ในที่สุดอติชาติก็ยอมปล่อยเธอให้ออกมายืนในมุมๆหนึ่งเพื่อให้เวลาอิสระกับ เธอบ้าง มีหรือที่อติกานต์จะยอมพลาดโอกาสเช่นนี้ เธอเดินมาหลบมุมพร้อมทั้งยกแก้วทรงสูงบรรจุ Citrus Punch ครึ่งค่อนแก้วขึ้นดื่ม

 

ป่านนี้รินจะหลับรึยังนะ

 

เรื่อง เมื่อเย็นยังไม่ทันเคลียร์ได้เรียบร้อย ตัวเองก็ต้องมาติดแหง็กกับงานเลี้ยงที่สุดแสนจะน่าเบื่อหน่ายนี้กับพ่อเสีย แล้ว นอกจากนี้คนในงานก็ต่างเป็นพวกผู้ดีมีสกุลกันทั้งสิ้น แล้วคนอย่างอติกานต์คนนี้จะมีปัญญาไปเทียบท่ากับคนเหล่านี้ได้อย่างไร มีทั้งคนใหญ่คนโตจากพรรคการเมือง มีทั้งหมอผู้มากฝีมือ เจ้าของโรงแรมระดับห้าดาว จะมองซ้ายหรือแลขวาก็พบแต่คนต่างวัย จะมีก็แต่หลานสาวของคุณหญิงกรกนกผู้เป็นเจ้าของงานวันเกิดในครั้งนี้เท่า นั้นแหละ ที่ดูจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอ แต่คุณเธอก็กำลังติดลมอยู่กับชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งกานต์จำได้ว่าเป็นลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของเมืองไทย ซึ่งกานต์เองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเป็นพิเศษอยู่แล้ว ได้แต่ยืนจิตหลุดไปถึงเพื่อนสนิทที่ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเลิกงอนตัวเองหรือยัง

 

 

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

 

เสียง กดโทรศัพท์ของวรินรำไพดังขึ้นอยู่เนื่องๆ เธอกำลังตรวจเช็คกล่องเข้าข้อความเพื่อดูว่า เมื่อไรกันหนอที่เพื่อนสนิทของเธอคนนั้นจะส่งข้อความมาเสียที เพราะทุกครั้งในเวลาใกล้เคียงนี้เขามักจะส่งมาราตรีสวัสดิ์เธอเป็นประจำ ซึ่งข้อความสั้นๆ ง่ายๆ อย่าง ‘ฝันดีนะ’ ของ เขาก็สามารถทำให้เธอคลายความกลัวและความกังวลเรื่องของพ่อเลี้ยงไปได้กว่า ครึ่ง และเป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้เธอสามารถนอนหลับในยามค่ำคืนได้ แม้จะหลับไม่สนิทก็ตามที

 

แต่ ในวันนี้มันต่างออกไป ไม่มีข้อความใดๆสักข้อความเดียวถูกส่งมาจากรายชื่อที่เธอบันทึกไว้ในรายการ แรกเลยแม้แต่ข้อความเดียว ซึ่งนี่ก็เลยเวลามากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว และสาริกข์นั้นก็กลับบ้านมาได้สักพักแล้วเสียด้วย นั้นยิ่งตอกย้ำความกลัวให้เพิ่มพูนขึ้นจนสติของเธอแทบควบคุมไว้ไม่อยู่ เพียงแค่เขาเดินผ่านหน้าห้องของเธอ... เพียงแค่เธอได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆของเขาเดินผ่านหน้าห้อง เธอก็มือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ซุกตัวใต้ผ้าห่มผืนหน้ายกมือขึ้นปิดปากตัวเองกลั้นเสียงร้องไว้ ซึ่งวิธีนี้ก็สามารถทำให้เธอรอดพ้นจากเงื้อมือปีศาจร้ายต้นนี้ได้มานานเป็น เดือน... แต่ดูเหมือนว่า จะไม่ใช่กับวันนี้......

 

ปัง! ปัง! ปัง!

 

ฝ่า มือหนักๆ ตบบานประตูไม้เก่าคร่ำครึอย่างแรงจนแรงสั่นสะเทือนทำเอาเศษไม้จากประตูแตก กระเด็นลงพื้นไม้ และนั่น ยิ่งสร้างความตื่นตระหนก และความหวาดกลัวที่มีอยู่แล้วของริน ให้ทวีความกลัวมากขึ้นจนรินเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ น้ำตาไหลรินตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้าเจ้าสัตว์ร้ายตนนั้น ร่างกายที่สั่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งสั่นหนักขึ้นเรื่อยๆ

 

ยัยริน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!!

 

ยิ่ง ได้ฟังน้ำเสียงอ้อแอ้ ที่บ่งบอกได้ว่าก่อนที่เขาจะกลับมานั้นคงจะดื่มมาอย่างหนักเลยทีเดียว และคงจะเสียพนันมาอีกตามเคย ยิ่งทำให้รินที่แม้สติใกล้จะแตกเต็มทน ก็ยังฉลาดพอที่จะเงียบเข้าไว้ไม่โง่เดินไปเปิดประตูต้อนรับผู้ชายคนนั้นเป็น แน่ มือที่กำโทรศัพท์มือถือเริ่มเปียกชุ่ม เหงื่อผุดขึ้นตามหน้าผาก ดวงตากลอกไปมาอย่างหาทางหนี

 

ปัง! ปัง! ...........................

 

และ แล้วเสียงดังคึกโครมก็เงียบไป.....รินโผล่ใบหน้าขึ้นมาจากใต้ผ้าห่มที่ยก ขึ้นคลุมทั้งร่างไว้ สายตามองไปที่บานประตูอย่างไม่ไว้วางใจ ลมหายใจเริ่มติดขัด..........เขาไปแล้วงั้นหรือ? เขาเลิกล้มความคิดจะพังประตูเข้ามาแล้วใช่ไหม? เขายุติพฤติกรรมที่จะทำให้เธอแทบบ้าแล้วใช่ไหม....อย่างน้อยก็วันนี้........

 

..........แต่เหมือนว่า พระเจ้าจะไม่เป็นใจให้เป็นไปอย่างที่รินคิด..........

 

ปัง!!!! ปัง!!!! โครม!!!!!

 

และแล้ว ประตูที่แสนจะเก่าคร่ำคร่าและผุพังก็พังทลายลง เปรียบเสมือนปราการสุดท้ายถูกถล่มลงแล้ว รินถึงกับสะบัดผ้าห่มผืนหน้าใส่หน้าคนเลวทันที ที่เขากระโจนเข้าหาเธอ พร้อมทั้งรีบสาวเท้าวิ่งไปยังประตูที่พังล้มเอกเขนกอยู่บนพื้น แต่ต่อให้เร็วสักแค่ไหน แต่ดูเหมือนว่าเธอก็ไม่สามารถพ้นเงื้อมือของปีศาจร้ายตนนี้ได้เลย แขนซ้ายของเธอถูกมือสากหนาคว้าแล้วจับโยนลงบนเตียงแข็ง แขนทั้งสองข้างถูกฝ่ามืออันใหญ่โตกดลงบนพื้นเตียงอย่างแรง เจ้าปีศาจนั้นจ้องมองเธอที่พยายามเบนหน้าที่เปื้อนน้ำตาหนีห่าง ใบหน้าที่แดงก่ำของผู้ชายเลวทรามคนนี้เป็นตัวบอกได้อย่างดีว่า ระดับแอลกอฮอล์ในตัวของมัน มีสูงขนาดที่ทำเอาคนที่ปล่อยปะ เธอมาเป็นเดือนกลับมาเริ่มพฤติกรรมอันต่ำช้านี้อีกครั้ง

 

“จะร้องทำไม...ก็โดนมาตั้งแต่เด็กแล้วไม่ใช่เหรอ”

 

น้ำ เสียงอันน่าขยะแขยง พร้อมกับลมหายใจและกลิ่นตัวอันเหม็นสาบนั้นอยู่ใกล้เกินกว่าที่รินจะรับได้ ในที่สุดเธอก็กรีดร้องออกมาอย่างสุดทน พร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรูเป็นสาย

 

“ไม่!! ฮึก...ฮึก... พ่อ ปล่อยหนูไปเถอะ...”

 

แต่ไม่ว่าเธอจะตัวสั่นแค่ไหน ร้องไห้จำไม่เหลือน้ำตาสักเพียงใด ชายผู้ที่เธอเรียกว่าพ่อก็ ดูเหมือนจะไม่มีสติขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เสียงร้องขออ้อนวอนอย่างน่าสงสารของเธอนี้ กลับเป็นเหมือนสิ่งกระตุ้นอารมณ์ความป่าเถื่อนที่มีอยู่ในตัวให้ทวีเพิ่มมาก ขึ้นเสียด้วยซ้ำ

 

“หึ...ร้องให้ตายก็ไม่มีใครมาช่วย แกหรอก แม่แกก็ตายไปตั้งหลายปีแล้ว มันคงไม่ลุกขึ้นมาจากหลุมมาช่วยแกหรอก...ฉันว่าแกเก็บเสียงไว้ร้องตอนมีความ สุขกับฉันดีกว่า... ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า....”

 

สิ้น เสียงหัวเราะอันน่ารังเกียจนั่น พฤติกรรมอันต่ำช้าที่ทำให้เธอรังเกียจและขยะแขยงสัมผัสของเพศตรงข้ามก็เริ่ม ต้นขึ้นอีกครั้ง ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด กล้ามเนื้อกระตุกแรงขึ้นเรื่อยๆ สิ่งสุดท้ายที่เธอเห็นคือใบหน้าของใครบางคนที่ผุดขึ้นมาในสมอง ใบหน้าของคนที่คอยช่วยเหลือเธอเมื่อเธอลำบากและต้องการความช่วยเหลือ....

 

กานต์!!! ช่วยด้วย!!!!

 

 

 

เพล้ง!!!!

 

แก้ว ทรงสูงที่บรรจุเครื่องดื่มสีเหลืองตกลงพื้นแตกกระจายเสียงดัง บางคนถึงกับมองมายังต้นเหตุของเสียงครั้งนี้ อติกานต์ยืนนิ่งงันคิ้วขมวดจนแทบจะเป็นปม ดวงตาฉายแววฉงนระคนกังวล...เมื่อสักครู่นี้ เธอได้ยินเสียงของเพื่อน สนิทกรีดร้องเรียกชื่อเธอ...ทั้งๆที่ก็รู้ว่าไม่ควรจะเป็นไปได้ ที่รินจะมาอยู่ในงานแห่งนี้....แต่ทำไมกันนะ เธอรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลย....

 

Comment

Comment:

Tweet