Because I love you [Yuri] - Part 3

posted on 17 Mar 2011 15:54 by nfv-01

 

Part 3

 

อย่านะ...อย่าเข้ามา

 

ริน ร่นตัวอย่างลนลานจนไปติดกำแพงห้อง สีหน้าหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เธอกำลังถอยหลังหนีปีศาจร้ายที่อยู่ในคราบพ่อเลี้ยงผู้แสนดีในสายตาคนอื่น ใบหน้าของสาริกข์แสดงความหื่นกระหายอย่างไม่มีปิดบัง แววตาน่ารังเกียจนั้นจ้องเธอเขม็งตาไม่กระพริบ แสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับพุ่งเข้ามากดตัวเธอลงกับเตียงอย่างแรง เธอทั้งอ้อนวอน ทั้งทุบตีพยายามดิ้นหนีสัมผัสอันน่าขยะแขยงนั้นอย่างสุดชีวิต มือโสโครกของชายฉกรรจ์กระชากชุดนักเรียนของเธอจนหลุดลุ่ย กระดุมหลายเม็ดต่างกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง มือสากลูกไล้เรือนร่างของเธออย่างกระหายจนเธอไม่รู้จะรังเกียจชายผู้นี้ได้ มากกว่านี้อีกแล้ว เธอร้องไห้จนตาแดงก่ำอย่างน่าสงสาร แต่เหมือนว่าน้ำตาจะไม่สามารถเรียกความสงสารให้กับชายผู้นี้ได้เลยแม้แต่ น้อย และแล้ว...เธอก็ต้องตกขุมนรกทั้งเป็นอีกครั้ง...ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของ เธอ

 

 

ไม่!!

 

เธอ กรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงจนนกกระจอกตัวเล็กที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้นอก หน้าต่างตกใจบินหนีไป เหงื่อมากมายผุดขึ้นตามหน้าผากราวกับว่าเธอเพิ่งวิ่งมาราธอนมาหลายร้อยเมตร เธอหอบหายใจอย่างหนักจนน่ากลัวว่าจะหายใจไม่ทัน เธอตั้งสติแล้วมองไปรอบๆห้องของเธอ...

 

ไม่มี...ไม่มีแม้แต่เงาของเจ้าปีศาจร้ายตนนั้น

 

เธอ ถอนหายใจอย่างโล่งอก เรื่องเมื่อครู่นี้คงจะเป็นแค่ความฝันของเธอเท่านั้นสินะ ใช่สิ...วันนี้ดูเหมือนว่าสาริกข์จะไม่ได้กลับบ้าน คงจะค้างอยู่ที่บ่อนแน่ๆ รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำเมื่อเห็นว่าใกล้จะเข้าเรียนแล้ว

 

 

“หืม...”

 

อติ กานต์ที่เดินมาถึงที่นั่งตัวเองก็วางกระเป๋าลงบนโต๊ะเบาๆ และมองไปยังที่นั่งข้างตัวซึ่งปกติมักจะมีเพื่อนสนิทตัวขาวโอโม่นั่งหลับ อยู่ประจำ แต่วันนี้กลับไม่เห็นวี่แววของรินเลยแม้แต่เงา กานต์มองไปรอบๆห้องก็พบแต่นักเรียนหญิงสี่ห้าคนนั่งจับกลุ่มคุยกัน บ้างก็หยิบเอาการบ้านคณิตศาสตร์ขึ้นมาลอกกันยกใหญ่

 

“อ่า ปิ่น”

 

กานต์ กวักมือเรียกเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่ง ซึ่งนั่งอยู่ห่างจากเธอไปสามโต๊ะที่กำลังเดินไปทิ้งขยะหลังห้องพอดี ปิ่นหันมาเลิกคิ้วเชิงถาม พอกานต์เอ่ยถามถึงรินผู้นั่งข้างตนกับปิ่น เธอก็เพียงแค่ส่ายหน้าตอบช้าๆ

 

“ไม่เห็นนิ...แปลกนะ ทุกทีจะมาตั้งแต่ประตูโรงเรียนยังไม่เปิด”

 

“เหรอ...ขอบใจนะ”

 

ปิ่นพยักหน้าตอบเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่ของตน

 

อีก สิบนาทีจะเข้าชั่วโมงโฮมรูม แต่ก็ยังไร้วี่แววของวรินรำไพ กานต์เริ่มร้อนรนขึ้นทุกที กังวลกลัวว่าเพื่อนสนิทของเธอจะเป็นอะไรไป ทั้งๆที่อีกใจก็อยากจะสะบัดเอาความคิดอัปมงคลนั่นทิ้งไป เพราะจะเกรงว่ากลายเป็นการแช่งรินเสียเปล่าๆ....อีกห้านาที กานต์นั่งไม่ติดลุกๆนั่งๆ ชะโงกหน้ามองประตูทุกๆ 5 วินาทีจนเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างหลังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามอย่างสงสัย แต่กานต์ก็เพียงแค่ตอบปัดๆไปเท่านั้น อีกสองนาที...ครูประจำชั้นเดินเข้าห้องมาพร้อมสมุดรายชื่อและใบประกาศแจ้ง เตือนอะไรสักอย่างอีกปึกหนึ่ง แต่ก็ยังไร้วี่แววของริน

 

“หัวหน้า...หัวหน้า... อติกานต์

 

“ค...คะ”

 

กานต์ หันกลับมามองครูประจำชั้นคนสวยทันที ก็ได้รับรอยยิ้มและแววตาที่เหมือนจะบอกว่าเธอกำลังลืมอะไรไปหรือเปล่า...อติ กานต์ที่พอจะเข้าใจความหมายก็ทำหน้าที่ของตัวเองทันที.... คือบอกทำความเคารพ ก่อนจะหันไปชะโงกมองหารินอีกครั้ง จนกระทั่ง....

 

“ขะ...ขอโทษค่ะที่มาสาย”

 

วริน รำไพปรากฏตัวขึ้นพร้อมอาการหอบแฮ่กๆ กานต์ที่นั่งรอลุ้นอยู่นานแทบจะกระโดดลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นเพื่อนสนิทมาถึง ก่อนการเช็คชื่อ แต่ดีที่ยั้งตัวไว้ได้ทัน ไม่งั้นมีหวังงานนี้ได้โดนเพื่อนๆ รวมไปถึงครูประจำชั้นล้อเอาได้

 

“วริน...แปลกนะที่เธอมาสาย ถึงทุกทีจะชอบแอบหลับในเวลาเรียนก็เถอะ...”

 

โดน แซวซึ่งๆหน้าแบบนี้ รินก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆรับคำครูที่ปรึกษาเบาๆ ก่อนที่จะเดินมายังที่นั่งของตนซึ่งกานต์นั้นนั่งรออยู่นานแล้ว ทั้งคู่นั่งเงียบอยู่นานจนเพื่อนๆรอบข้างยังต้องสงสัย เพราะหากเป็นทุกทีแล้วเมื่อทั้งสองเจอหน้ากัน ไม่กานต์ก็รินต้องเป็นฝ่ายยิ้มทักทายแล้วเปิดการสนทนาก่อน

 

กานต์ ที่นั่งตัวแข็งก็เหลือบมองคนข้างๆเป็นระยะๆ พออีกฝ่ายหันมาเขาก็หลบตาทันที ทางด้านรินเองก็ไม่แพ้กัน นั่งคิดจนคิ้วขมวดกันยุ่งว่าจะเริ่มบทสนทนากับเพื่อนสนิท ที่เพิ่งจะงอนเธอไปเมื่อวานนี้อย่างไรดี ท่าทางลุกรี้ลุกรนของทั้งคู่ สร้างบรรยากาศชวนอึดอัดแก่เพื่อนร่วมห้องขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 

“เอ่อ / เอ่อ”

 

ทั้ง คู่เอ่ยขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะสบตากันชั่วครูแล้วเงียบไปอีกครั้ง ทำเอาแม้แต่ครูประจำชั้นที่เข้ามาโฮมรูมยังต้องฉงนกับท่าทางของทั้งคู่

 

“มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า หืม อติกานต์ วริน”

 

ครูเอ่ยถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาช่างพร้อมเพรียง และตรงกันราวกับนัดแนะกันมา ทำเอาผู้เป็นครูต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ทันที

 

“ไม่มีค่ะ”

 

พักเที่ยง

 

บรรยากาศ ของความเงียบชวนอึดอัดของคู่หวานแหวว (?) แห่งห้อง 4-10 ยังคงดำเนินต่อมาจนถึงช่วงพักกลางวัน ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นโอกาสทองสำหรับทั้งสองที่จะใช้เวลาคุยกันเพื่อยุติ บรรยากาศมาคุนี้เสียที เพราะส่วนใหญ่เวลาพักกลางวันทั้งคู่จะตัวติดกันราวกับถูกทาด้วยกาวตราช้าง ชนิดดีเยี่ยม ที่แม้จะพยายามแงะแกะเกา หรือพยายามจะแยกทั้งคู่เท่าไรก็ไม่เป็นผล ซึ่งความเงียบยังคงปกคลุมอยู่จนทั้งคู่ทานข้าวเสร็จแล้วเดินไปยังหลังอาคาร 4 ซึ่งเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างสงบดังเช่นทุกที

 

“.....”

 

“.....”

 

อติ กานต์นั่งขยุกขยิก สายตาเหลือกไปมาไม่อยู่สุข รินเองก็เช่นกัน หันมองไปเสียทุกทีจนแทบจะเห็นทุกซอกทุกมุมของสถานที่แห่งนี้ แต่เธอกลับเพียงแค่เหลือบมองอีกฝ่ายด้วยหางตาเป็นระยะๆ

 

....อึดอัดว่ะ....

 

....เอาไงดีเนี่ย....

 

.....โอ๊ย! จะคิดอะไรให้มากความเนี่ย...แค่บอกไปว่าขอโทษ แค่นี้จะตายไหม แค่คำๆเดียวยากอะไร อึดอัดโว้ย....

 

....โอ๊ย! คำว่าขอโทษ แค่พูดออกไปก็จบ...แล้วทำไมถึงไม่พูดสักที...

 

ความคิดหลากหลายรุมโจมตีจนสมองของทั้งคู่แทบระเบิด เพียงแค่คำว่า ‘ขอโทษ’ คำเดียวที่ต้องการจะพูดออกไปนั้น ทำไมมันถึงได้ยากเย็นเพียงนี้? และแล้ว...

 

“ขอโทษนะ! / ขอโทษ!!!”

 

บท จะง่ายก็แสนจะง่ายดายเสียเหลือเกิน ชักจะไม่แปลกใจแล้วที่ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันได้มากขนาดนี้ สิ้นเสียงของทั้งคู่ก็เงยหน้าขึ้นสบตากัน ก่อนจะหัวเราะออกมา ซึ่งนั้นถือเป็นสัญญาณบอกว่าบรรยากาศอันแสนจะอึดอัดที่มีมาตั้งแต่เริ่มคาบ โฮมรูมของทั้งคู่ได้จบลงแล้ว กว่าจะจบลงได้ก็เล่นเอาพวกที่เหลือ (?) ลุ้นกันอยู่นานสองนาน สุดท้ายก็จบลงได้อย่างง่ายดาย..........รึเปล่านะ

 

 

Comment

Comment:

Tweet