Because I love you [Yuri] - Intro

posted on 27 Dec 2010 20:42 by nfv-01

Intro

ภายในบ้านหลังเล็กๆหลังหนึ่ง สายฝนตกกระหน่ำสู่พื้นดินอย่างไม่ยั้ง สองแม่ลูกคู่หนึ่งต่างหอบเสื้อผ้าที่ตากอยู่บนราวเข้าบ้านกันอย่างกลหน ก่อนจะนั่งลงกลางบ้านด้วยเนื้อตัวเปียกโชก หญิงวัยกลางคนผู้เป็นแม่ยื่นผ้าเช็ดตัวให้ลูกน้อยวัย 6 ขวบทันทีด้วยกลัวว่าเด็กน้อยจะไม่สบาย

 

ครืนนน ครืนนน

 

เสียงท้องฟ้าคำรามเป็นระยะๆสร้างความกลัวให้เด็กสาวในอ้อมกอดผู้เป็นแม่ไม่น้อย วรินรำไพ หรือริน กอดผู้เป็นแม่ตัวสั่นงกๆ โดยมีมืออันอบอุ่นของนาวลูบศีรษะปลอบประโยนอยู่เนื่องๆ

 

“แม่...พ่อไปไหน”

 

รินถามมารดาเสียงสั่นถึงผู้ที่ตนกลัวมากที่สุด สาริกข์ พ่อเลี้ยงขี้เมาที่มักทำร้ายร่างกายแม่เธอเป็นประจำ นอกจากนั้นยังชอบมองหนูน้อยด้วยสายตาแปลกๆยามที่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ซึ่งก็คือตอนที่ดื่มด่ำน้ำเมานั่นเอง

 

เรืองริน มารดาของเด็กน้อยลูบหัวลูกสาวเบาๆ แต่ก่อนจะได้เอ่ยตอบลูกสาว บุคคลที่สามที่เพิ่งเอ่ยถึงก็เดินเข้ามาในบ้านพอดี พร้อมกับท่าทางที่ดูมึนเมาได้ที่ สองแม่ลูกมองสาริกข์ตาไม่กระพริบ ซึ่งคนที่ถูกมองก็หันมาสบตาสองแม่ลูกทันที ก่อนจะตวาดถามใส่จนเด็กน้อยในอ้อมกอดสะดุ้ง ผวากอดผู้เป็นแม่แน่นยิ่งกว่าเดิม

 

มองอะไร ไม่เคยเห็นคนหรือไง....แล้วนี่มัวทำอะไรอยู่ กอดกันอยู่ได้...ผัวกลับมาเหนื่อยๆ หิวก็หิว...ไม่รู้หรือไงต้องทำยังไง

 

เรืองรินกอดตอบลูกน้อยที่ตัวสั่นราวกับลูกนก ซึ่งนางก็รู้ดีว่าลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอคนนี้ไม่ได้กำลังสั่นเพราะหนาวดังก่อนหน้านี้ หากแต่เพราะกลัวคนที่กำลังตวาดใส่เธออยู่ปาวๆนี้ต่างหาก...เพื่อยุติปัญหา เธอจึงต้องรีบลุกออกจากอ้อมกอดของริน แล้วลุกเข้าครัวไปทันทีทิ้งให้สามีกับลูกอยู่ตามลำพัง....แม้ใจจะไม่อยากก็ตาม

 

ทันทีที่ผู้เป็นแม่เดินจากไป เด็กน้อยก็นั่งขดตัวมองพ่อเลี้ยงขี้เมาด้วยอาการหวาดหวั่น ซึ่งฝ่ายนั้นก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน

 

“ริน มานี่สิ”

 

สาริกข์สั่งเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ เนื่องจากดื่มไปมากพอควร แต่รินกลับนั่งอยู่ที่เดิมด้วยท่าทางหวาดกลัว ทำให้สาริกข์เริ่มหงุดหงิดตวาดเรียกอีกครั้ง รินถึงได้ยอมลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาพ่อเลี้ยงช้าๆ ทั้งๆที่ขาก็ยังสั่น

 

บอกให้มานี่

 

เด็กน้อยล้มตัวลงนั่งข้างๆพ่อเลี้ยงของตน แต่ก็เว้นระยะห่างพอสมควร สาริกข์เห็นดังนั้นก็เริ่มหงุดหงิดอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร...หากแต่กลับเขยิบตัวเข้าไปใกล้ลูกเลี้ยงแทน พร้อมกับมองเด็กน้อยที่นั่งก้มหน้าด้วยแววตาหื่นกระหาย ยกฝ่ามือสากขึ้นลูบแก้มเนียนของเด็กน้อยช้าๆ ยิ่งทำให้รินสะดุ้งถอยออกห่างทันทีด้วยความกลัว แต่กลับโดนมือหยาบกร้านของชายฉกรรจ์ตรงหน้ารั้งไว้

 

ริกข์ หยุดเดี๋ยวนี้นะ

 

แต่ถือเป็นโชคดีของเด็กน้อยที่เรืองรินกลับออกมาจากครัวพอดี ก่อนที่จะโดนพ่อเลี้ยงที่เมาได้ที่คนนี้ลวนลามมากกว่าเดิม สาริกข์ถอยออกห่างจากรินอย่างเอื่อยเฉื่อย มองภรรยาที่เดินเข้ามาใกล้ด้วยแววตาเฉยชา ซึ่งตอนนี้วางจานอาหารไว้ตรงหน้าเขาและเดินเข้าไปกอดลูกน้อยแล้ว

 

“จะหวงอะไรนักหนา ยัยรินมันก็ลูกฉัน ฉันจะถูกเนื้อต้องตัวมันนิดหน่อยจะเป็นไรไป”

 

“ฉันจะไม่ว่าอะไรคุณเลย ถ้าคุณเป็นพ่อแท้ๆของแก

 

การเน้นย้ำสถานภาพของเขาที่มีต่อลูกเลี้ยง ยิ่งทำให้คนเมาโมโหขึ้นมาทันที ยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วตรงปรี่เข้าไปกระชากตัวเรืองรินออกจากเด็กน้อยทันที

 

“โอ๊ย”

 

แม่

เด็กน้อยแทบโผเข้าหาแม่ตัวเองทันทีที่เห็นว่าถูกพ่อเลี้ยงกระชากลงไปกองกับพื้น

 

นังเด็กที่เป็นลูกของผัวเก่าเธอน่ะเหรอ เหอะ...ฉันก็ไม่ได้อยากจะยุ่งนักหรอกนะ

 

สาริกข์ตวาดใส่คนที่นอนทรุดอยู่บนพื้นด้วยความโกรธ พร้อมกับกระชากเด็กน้อยจนแขนแทบหลุด ก่อนจะใช้มือบีบคางลูกเลี้ยงอย่างแรงจนเด็กน้อยน้ำตาเล็ด

 

“หึ...รักมากนักใช่ไหม หวงมากนักเหรอ...ทะนุถนอมมากใช่ไหม”

 

สาริกข์มองเรืองรินสลับกับเด็กน้อยตรงหน้า พร้อมกับแสยะยิ้มอย่างน่ารังเกียจจนผู้เป็นแม่หวั่นใจกลัวคนขาดสติจะทำร้ายลูกตัวเอง

 

“คุณจะทำอะไร.....หยุดนะ จะทำอะไรลูกฉัน

 

เรืองรินตะโกนใส่สามีทันที เมื่อเห็นว่ากำลังฉุดกระชากลากลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอเข้าห้องไป โดยมีเสียงร้องของเด็กน้อยดังอยู่เนื่องๆ ทั้งดิ้นทั้งแกะมือพ่อเลี้ยงลุกลี้ลุกลน นางพยายามยันตัวให้ลุกขึ้นแต่ก็ต้องทรุดลงไปอีก เหมือนว่าขาเธอจะพลิกเพราะแรงกระแทกนั้นเสียแล้ว

 

ริกข์

 

นางพยายามจะลุกขึ้นอีกครั้ง โดยคราวนี้เซไปเกาะโต๊ะ และค่อยๆลากขาไปยังห้องที่สามีของเธอเพิ่งลากรินเข้าไปเมื่อครู่ โดยที่มือของเธอทั้งเคาะ ทั้งทุบ และบิดลูกบิดอย่างร้อนรน ปากก็ตะโกนเรียกลูกสาวด้วยความเป็นห่วง

 

ภายในห้อง

 

เด็กน้อยถูกผลักให้ล้มลงบนเตียง โดยที่รินรีบลุกขึ้นทันที พยายามจะออกจากห้องแต่คงไม่มีทางสู้แรงของชายฉกรรจ์ตรงหน้าได้ สุดท้ายก็ถูกกดลงบนเตียงอีกครั้ง

 

จะทำอะไรลูก ริกข์ ปล่อยลูกฉันออกมาเถอะ

 

ครืนนน ครืนนน

เสียงตะโกนของคนเป็นแม่ดังแข่งกับเสียงฟ้าคำราม สาริกข์ที่กำลังใช้สองมือกดตัวเด็กน้อยไว้แสยะยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะตะโกนตอบกลับไป จนเด็กน้อยที่นอนอยู่ข้างใต้กลัวจนตัวสั่น

 

“เมื่อเธอเป็นฝ่ายเฝ้าทะนุถนอม.....ฉันก็จะเป็นฝ่าย....ทำลายลูกของเธอยังไงล่ะ

 

สิ้นคำตอบของคนเมา ผู้เป็นแม่ที่ยืนอยู่นอกห้องก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของลูกน้อยที่เป็นดังหัวแก้วหัวแหวนของเธอดังออกมาจากห้องทันที ยิ่งทำให้นางทั้งเคาะทั้งทุบประตูหนายิ่งกว่าเดิม แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าประตูจะเปิดออกเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายเธอก็ต้องทรุดตัวลงหน้าประตู หยดน้ำตาของคนเป็นแม่หลั่งออกมาพร้อมๆกับเสียงร้องของลูกน้อยไม่หยุด.....

 

 

 

10 ปีผ่านไป

 

 

 

เปรี้ยง!!!

 

เสียงฟ้าร้องดังสนั่น ทำให้เด็กสาวม.ปลายคนหนึ่งสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายทันที เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามหน้าผากของเธอจนเปียกโชก เธอมองไปรอบๆห้องเรียนก็เห็นครูประจำชั้นนั่งอยู่ประจำโต๊ะ โดยปล่อยให้นักเรียนนั่งคุยกันระหว่างรอคนที่กำลังทำงานค้าง

 

นี่เธอหลับในห้องเรียนอีกแล้วหรือนี่? ช่วงนี้เธอหลับระหว่างเรียนบ่อยจนครูหลายคนต่างตำหนิเธอไม่รู้เท่าไหร่ สุดท้ายเธอก็แก้นิสัยนี้ไม่หายสักที....นิสัยนอนไม่หลับของเธอ

 

แปะ

 

รินสะดุ้งทันทีเมื่อมีฝ่ามือของใครบางคนแปะลงบนหน้าผากของเธอเบาๆ และเมื่อหันกลับมามองก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อพบว่าเป็น อติกานต์ เพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างๆเธอ ซึ่งกำลังมองเธอด้วยแววตาเป็นห่วง

 

“เป็นอะไร ไม่สบายเหรอ”

 

กานต์ถามเบาๆ เพราะเธอที่กำลังอ่านหนังสืออยู่เพลินๆก็หันมาเห็นเพื่อนสนิทสะดุ้งเฮือกตามเสียงฟ้าร้อง พร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามผุดหนัง ไหนจะใบหน้าซีดเผือดนั้นอีก....แต่รินกลับส่ายหน้าช้าๆพร้อมกับกลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบาก

 

“ไม่เป็นไร....ขอบใจนะ”

 

รินตอบเบาๆ โดยหันมามองเพื่อนสนิทแวบหนึ่งก่อนจะรีบหลบสายตาทันที เป็นอะไรไม่รู้เหมือนกัน เธอมักจะหวั่นไหวกับสายตาของเพื่อนสนิทคนนี้เป็นประจำ รินยกมือขึ้นปาดเหงื่อตามหน้าผากและต้นคอออกช้าๆ

 

.....ฝัน เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่เธอฝันเห็นแต่ภาพเดิมๆ....ภาพเหตุการณ์ที่ทำร้ายเธอทั้งร่างกายและจิตใจ และเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เธอรังเกียจการสัมผัสของผู้ชาย....

 

กานต์มองเพื่อนสนิทที่นั่งข้างๆด้วยแววตาเป็นห่วงเช่นเคย ถึงจะบอกว่าไม่เป็นอะไรก็เถอะ แต่เธอดูปราดเดียวก็รู้แล้วว่าโกหก....เพื่อนสนิทเธอคนนี้เป็นคนที่โกหกไม่เก่งตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว แต่เธอเองก็ไม่อยากจะเซ้าซี้อะไรมากนัก จึงกลับไปอ่านหนังสือในมือต่อไป โดยที่สายตาก็ยังคงหันมามองรินเป็นระยะๆ....

 

 

Comment

Comment:

Tweet